แขวงทางหลวงสิงห์บุรี
Singburi Highway
ระดมหน่วยงานในสังกัด รับมือสถานการณ์พายุเข้า เร่งช่วยเหลือดูแลอำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชน
ลงวันที่ 27/09/2564

กรมทางหลวง ระดมหน่วยงานในสังกัดรับมือสถานการณ์พายุเข้า เร่งช่วยเหลือดูแลอำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชน

พร้อมระบายน้ำ-บำรุงรักษาเส้นทางที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง 24 ชม. ตามข้อสั่งการของ รมว.คมนาคม โดยระหว่างวันที่ 14-27 กันยายน 2564

พบว่า ทางหลวงได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจำนวน 37 จังหวัด 121 สายทาง พบการจราจรปัจจุบันผ่านไม่ได้ 11 จังหวัด 29 สายทาง

   นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมือพายุดีเปรสชันเตี้ยนหมู่ โดยให้ดำเนินการตามแผนบรรเทาสาธารณภัย
อย่างเคร่งครัด พร้อมวางแนวทางป้องกัน–ฟื้นฟู–เยียวยาหลังสถานการณ์คลี่คลายในทุกมิติ พร้อมทั้งเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที และให้ประชาสัมพันธ์ การดำเนินการ
ให้ประชาชนให้รับทราบและให้หน่วยงานรายงานผลการดำเนินงานมายังกระทรวงฯ รับทราบทุกวัน นั้น
   กรมทางหลวงรับข้อสั่งการดังกล่าว โดยหน่วยงานในสังกัดประกอบด้วย สำนักบริหารบำรุงทาง, สำนักงานทางหลวง, ศูนย์สร้างทาง, ศูนย์สร้างและบูรณะสะพาน แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงทั่วประเทศ
พื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลน์ พร้อมเร่งระบายน้ำและบำรุงรักษาเส้นทาง โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาความเดือนร้อน
ของประชาชนและให้ประชาชนได้รับความสะดวกปลอดภัยจากการสัญจรโดยเร็วที่สุดอย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง โดยในช่วงเดือนกันยายน 2564 ที่ผ่านมา กรมทางหลวงได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชน ดังนี้
 
- จัดชุดปฏิบัติการพร้อมเครื่องมือ เครื่องจักรออกแก้ไข น้ำท่วมบนเส้นทางเพื่อให้ยานพาหนะสามารถสัญจรผ่านได้ พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ติดตั้งป้ายเตือน และไฟวับวาบแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทาง
- จัดเจ้าหน้าที่ เครื่องมือและรถช่วยเหลือฉุกเฉิน ออกช่วยเหลือประชาชนเนื่องจากรถดับเนื่องจากน้ำท่วม บนทางหลวง พร้อมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยขนย้ายสิ่งของ
- จัดชุดปฏิบัติการพร้อมเครื่องมือ เครื่องจักร ออกแก้ไข ดินสไลล์ แก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะคอสะพานชำรุด พร้อมติดตั้งสะพานเหล็กชั่วคราว (Baileys) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
- ดำเนินการขุดลอกวัชพืชเปิดทางน้ำสองข้างทาง และเรียงกระสอบทรายซ่อมแซมจุดรั่วซึมที่เรียงไว้ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากทางหลวงและบ้านเรือนประชาชน
- จัดชุดปฏิบัติการพร้อมเครื่องมือ เครื่องจักรออกเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากทางหลวงและบ้านเรือนประชาชน
- จัดทำแผนที่ทางเลี่ยงและประชาสัมพันธ์แจ้งให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางทราบ
นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังได้สรุปสถานการณ์อุทกภัยบนทางหลวง ในระหว่างวันที่ 14 – 27 กันยายน 2564 พบว่า ทางหลวงได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจำนวน 37 จังหวัด 121 สายทาง ผ่านไม่ได้ 11 จังหวัด 29 สายทาง ดังนี้
- ภาคกลาง จำนวน 16 จังหวัด 55 สายทาง
1. จ.สุโขทัย ( 13 สายทาง ได้แก่ ทล.1113 , ทล.12 , ทล.101 , ทล.1048 , ทล.1056 , ทล.1332 ,ทล. 1056,
ทล.1113 , ทล.1347 , ทล.125 , ทล.1272 , ทล.1294 , ทล.1308)
2. จ.กำแพงเพชร (4 สายทาง ได้แก่ ทล.1 , ทล.1117 , ทล.1242 , ทล.101)
3. จ.พิษณุโลก ( 4 สายทาง ได้แก่ ทล.1065 , ทล.126 , ทล.1303 , ทล.12)
4. จ.นครสวรรค์ (2 สายทาง ได้แก่ ทล.3473 , ทล.225)
5. จ.เลย (1 สายทาง ได้แก่ ทล.201)
6. จ.หนองบัวลำภู (1 สายทาง ได้แก่ ทล.2097)
7. จ.เพชรบูรณ์ (5 สายทาง ได้แก่ ทล.21 , ทล.12 , ทล.225 , ทล.2275 , ทล.2007)
8. จ.ลพบุรี (8 สายทาง ได้แก่ ทล.205 , ทล.2260 , ทล.1 , ทล.3017 , ทล.3326 , ทล.2243 , ทล.2247 , ทล.3353)
9. จ.อุตรดิตถ์ (1 สายทาง ได้แก่ ทล.1339)
10. จ.สมุทรปราการ (2 สายทาง ได้แก่ ทล.3 , ทล.3268)
11. จ.กาญจนบุรี (3 สายทาง ได้แก่ ทล.323 , ทล.367 , ทล.3306)
12. จ.สุพรรณบุรี (5 สายทาง ได้แก่ ทล.3488 , ทล.3306 , ทล.304 , ทล.33 , ทล.340)
13. จ.อ่างทอง (1 สายทาง ได้แก่ ทล.32)
14. จ.พระนครศรีอยุธยา (1 สายทาง ได้แก่ ทล.32 )
15. จ.สมุทรสาคร (2 สายทาง ได้แก่ ทล.35 , ทล.5)
16. จ.อุทัยธานี (2 สายทาง ได้แก่ ทล.3013 และ ทล.3456)
-  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 12 จังหวัด 45 สายทาง
17. จ.นครราชสีมา (18 สายทาง) ได้แก่ ทล.2 , ทล.201 , ทล.205 , ทล.2421 , ทล.24 , ทล.304 , ทล.304 ,
ทล.2090 , ทล.224 , ทล.2068 , ทล.2256 , ทล.2285 , ทล.2217 , ทล.2073 , ทล.2148 , ทล.2246 , ทล.226 ,
ทล.2369
18. จ.มหาสารคาม (1 สายทาง ได้แก่ ทล.213 )
19. จ.ศรีสะเกษ (3 สายทาง ได้แก่ ทล.221 , ทล.2111 , ทล.226)
20. จ.สุรินทร์ (3 สายทาง ได้แก่ ทล.226 , ทล.2334 , ทล.214)
21. จ.อำนาจเจริญ (1 สายทาง ได้แก่ ทล.202)
22. จ.กาฬสินธุ์ (6 สายทาง ได้แก่ ทล.2268 , ทล.12 , ทล.227 , ทล.2336 , ทล.2367 , ทล.2009)
23 จ.ขอนแก่น (5 สายทาง ได้แก่ ทล.12 , ทล.2187 , ทล.229 , ทล.2361 , ทล.201)
24. จ.ชัยภูมิ (4 สายทาง ได้แก่ ทล.2170 , ทล.205 , ทล.201, ทล.2179)
25. จ.หนองคาย ( 1 สายทาง ได้แก่ ทล.233)
26. จ.ยโสธร ( 1 สายทาง ได้แก่ ทล.23)
27. จ.มุกดาหาร ( 1 สายทาง ได้แก่ ทล.2169)
28. จ.อุบลราชธานี (1 สายทาง ได้แก่ ทล.24)
- ภาคตะวันตก จำนวน 1 จังหวัด 7 สายทาง
29. จ.ตาก (7 สายทาง ได้แก่ ทล.12 (ดินสไลด์ ตอน แม่ละเมา-ตาก และตอน กลางสะพานมิตรภาพ-แม่ละเมา)
ทล.101 , ทล.201 , ทล.1 , ทล.1331 , ทล.1107 , ทล.1090)
- ภาคตะวันออก จำนวน 5 จังหวัด 9 สายทาง
30. จ.ชลบุรี ( 3 สายทาง ได้แก่ ทล.7 , ทล.315 , ทล.361)
31. จ.ตราด (1 สายทาง ได้แก่ ทล.3)
32. จ.ระยอง (2 สายทาง ได้แก่ ทล.7 , ทล.3)
33. จ.ปราจีนบุรี (1 สายทาง ได้แก่ ทล.3077 )
34. จ.สระแก้ว (2 สายทาง ได้แก่ ทล.3366 , ทล.3586)
- ภาคเหนือ จำนวน 2 จังหวัด 4 สายทาง
35. จ.เชียงใหม่ (3 สายทาง) ได้แก่ ทล.1012 ทล.107 , ทล.108)
36. จ.ลำพูน (1 สายทาง ได้แก่ ทล.3306)
- ภาคใต้ จำนวน 1 จังหวัด 1 สายทาง
37. จ.กระบี่ (1 สายทาง ได้แก่ ทล. 4206)
โดยสถานการณ์อุทกภัย บนทางหลวงวันนี้ (27 กันยายน 2564) เวลา 17.00 น พบการจราจรผ่านไม่ได้ 11 จังหวัด 29 สายทาง
1. จ.ชัยภูมิ 2 สายทาง ได้แก่
- ทล.201 (ตอน หนองบัวโคก-บ้านลี ที่ กม.84+-300)
- ทล.2170 (ตอน วัดปทุมชาติ-หนองจาน ที่ กม.0+000-4+100 , กม.15+000-18+000)
2. จ.นครราชสีมา 3 สายทาง ได้แก่
- ทล.201 (ตอน ด่านขุนทด-หนองบัวโคก ที่ กม.กม.44+000- 48+300)
- ทล.2217 (ตอนด่านขุนทด-หนองกราด เป็นช่วงๆ หากเดินทางไป จ.ชัยภูมิ ใช้ ทล.2 แทน)
- ทล.2246 (ตอน โคกสี-ตะโก ที่ กม.49+945 หากเดินทางไป จ.ชัยภูมิ ใช้ ทล.202 หรือ ทล.2160 แทน)
3. จ.สุโขทัย 6 สายทาง ได้แก่
- ทล.12 (ตอน เมืองเก่า-สุโขทัย ที่ กม.168+178-กม.171+270 )
- ทล.101 (ตอน คลองโพธิ์-ท่าช้าง ที่ กม.79+969-82+000)
- ทล.125 (ตอน แจกัน-บ้านสวน ที่ กม.14+450-19+400)
- ทล.1347 (ตอน วัดโคก-สระบัว ที่ กม.1+800-3+200 หากเดินทางจาก จ.ตาก ไป จ.พิษณุโลก ให้ใช้ทางเลี่ยง
ทล.12 แทน)
- ทล.1195 ตอน สุโขทัย-เดวิด ที่ กม.0+000-1+900
4. จ.ลพบุรี 3 สายทาง ได้แก่
- ทล.2243 (ตอน บัวชุม-สี่แยกบัวชุม ที่ กม.0+340 และที่ กม.1+400)
- ทล.2260 (ตอน ลำสนธิ-ซับลังกา ที่ กม.1+800-2+500)
- ทล.205 (ตอน เทศบาลลำนารายณ์-ช่องสำราญ ที่ กม.100+400 – กม.104+800 , กม.82+900 ทางลอดใต้
สะพานแม่น้ำป่าสัก, ตอน ม่วงค่อม-คลองห้วยไผ่ ที่ กม.53+300-53+500 ,และตอน ดงพลับ-ม่วงค่อม เป็นช่วงๆ
เดินทางไป จ.ลพบุรี ใช้ ทล.2 หรือ ทล.21 แทน ) ,
5. จ.กำแพงเพชร 1 สายทาง ได้แก่ ทล.1 (ตอน โนนปอแดง-ปากดง เป็นช่วงๆ)
6. จ.อ่างทอง 1 สายทาง ได้แก่ ทล.32 (ตอน นครหลวง-อ่างทอง บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานหลวงปู่ทวด)
5. จ.เพชรบูรณ์ 2 สายทาง ได้แก่
- ทล.21 (ตอน ศรีเทพ-ซับสมอทอด ที่ กม.112+700 -กม.116+000 และตอน คลองกระจัง-ศรีเทพ ที่ กม.99+000-
102+500)
- ทล.2275 (ตอน แยกศรีเทพ-ซับบอน ที่กม.33+000-34+000 และที่ กม.44+000-48+500)
7. จ.สุพรรณบุรี 2 สายทาง ได้แก่
- ทล.33 (ตอน สุพรรณบุรี-นาคู ที่ กม.9+886 สะพานคลองทับน้ำ)
- ทล.340 (ตอน สาลี-สุพรรณบุรี ที่ กม.59+674 สะพานศาลเจ้าแม่ทับทิม)
8. จ.นครสวรรค์ 6 สายทาง ได้แก่
- ทล.11 (ตอน ตากฟ้า-ไดตาล ที่ กม.68+725 แ ละที่ กม.71+600-72+000 และ ไดตาล-น้ำสาดเหนือ
ที่ กม.71+600-72+000 เดินทางไป จ.พิจิตร ใช้ ทล.1145 แทน)
- ทล.225 (ตอน เกยชัย-ศรีมงคล ที่ กม.82+000-84+500)
- ทล.1072 (ตอน ลาดยาว-เขาชนกัน ที่ กม.62+000-63+000 และ กม.44+665 ใช้ทางเลี่ยง ทล. 1072 กม.
22+300 เลี้ยวซ้ายเข้า ทล. 3013 กม.42+900 มุ่งหน้าสู่ อ.ชุมตาบง ทล. 3473 กม. 27+500 เลี้ยวขวา
เข้าสู่ ทล. 3504 มุ่งหน้าไปสู่ จ.กำแพงเพชร)
- ทล.1119 (ตอน หนองผักหวาน-ท่าตะโก) ที่ กม.31+800-34+000
- ทล.3004 (ตอน ท่าตะโก-ไดตาล ที่ กม.49+000)
- ทล.3330 (ตอน เกษตรชัย-สำโรงชัย ที่ กม.20+200-29+000)
10. จ.อุทัยธานี 1 สายทาง ได้แก่ ทล.3456 (ตอน หนองกระดี่-คลองข่อย ที่ กม.3+604)
11. จ.ตาก 2 สายทาง ได้แก่
- 1175 (ตอน ห้วยส้มป่อย-เจดีย์ยุทธหัตถี ที่ กม.23+606 – กม.83+606
- ทล.1090 (ตอน ห้วยน้ำริน-อุ้มผาง ที่ กม.148+750 – 148+900)

  ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางหลวงเดินทางด้วยความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่คาดว่าจะเกิดความสุ่มเสี่ยง พร้อมขอให้ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

และหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) และสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์สภาพเส้นทางได้ที่ทวิตเตอร์กรมทางหลวง @prdoh1

#กระทรวงคมนาคม

#กรมทางหลวง

#เดินทางอุ่นใจปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง

#สายด่วนกรมทางหลวง1586


'